ทวงหนี้ผ่าน LINE ทำแชทหลุดประจานลูกหนี้ ผิดกฎหมายไหม? เปิดหลักกฎหมายที่เจ้าหนี้ควรรู้
ในยุคดิจิทัลปัจจุบัน แอพพลิเคชั่น LINE หรือแอพพลิเคชั่นออนไลน์หลายๆ แอพ กลายเป็นช่องทางหลักในการติดต่อสื่อสาร รวมถึงการหยิบยืมเงินและการทวงถามหนี้ เมื่อลูกหนี้เริ่มบิดหรือไม่ยอมจ่ายเงินคืน เจ้าหนี้หลายคนมักเกิดความเครียดและเลือกที่จะแคปหน้าจอแชทการสนทนา หรือโพสต์ข้อความลงบนสื่อสังคมออนไลน์เพื่อตามตัวลูกหนี้
แต่รู้หรือไม่ว่า การทวงหนี้ในลักษณะนี้มีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่าง “การรักษาสิทธิ์ของเจ้าหนี้” กับ “การทำผิดกฎหมาย” บทความนี้จะพาไปวิเคราะห์ประเด็นข้อกฎหมายว่า การทวงหนี้ผ่าน LINE ในรูปแบบใดที่สามารถทำได้ และรูปแบบใดที่อาจทำให้เจ้าหนี้กลายเป็นผู้ต้องหาเสียเองค่ะ
ประเด็นที่ 1. การส่งข้อความทวงหนี้ในแชทส่วนตัว มีแค่เจ้าหนี้และลูกหนี้เท่านั้น ทำได้หรือไม่?
การส่งข้อความทวงหนี้ในแชทส่วนตัวที่มีแค่เจ้าหนี้และลูกหนี้สองคน สามารถทำได้และไม่ผิดกฎหมายค่ะ เนื่องจากไม่ใช่การเปิดเผยข้อมูลหนี้ให้บุคคลอื่นรับรู้ และยังเป็นช่องทางที่กฎหมายรองรับสำหรับการติดต่อทวงถามหนี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหนี้ก็จะต้องปฏิบัติตามกฎกติกาภายใต้ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 อย่างเคร่งครัดดังนี้ค่ะ:
ห้ามใช้ถ้อยคำรุนแรง
ห้ามใช้คำหยาบคาย ข่มขู่ หรือดูหมิ่นศักดิ์ศรีของลูกหนี้
เวลาที่กำหนด
ส่งข้อความทวงได้ในวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.00 – 20.00 น. และวันหยุดราชการ เวลา 08.00 – 18.00 น. เท่านั้น
“การติดต่อโดยบุคคล โทรศัพท์ โทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น… ให้ติดต่อได้ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 นาฬิกา ถึงเวลา 20.00 นาฬิกา และในวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.00 นาฬิกา ถึงเวลา 18.00 นาฬิกา”
พ.ร.บ. การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 9 (2)
ทวงได้ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง
กฎหมายนับการติดต่อสำเร็จเป็น 1 ครั้ง (ลูกหนี้เปิดอ่านไลน์และรับทราบ) ในวันนั้นๆ หากส่งข้อความซ้ำๆ ถี่ๆ ถือว่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
จำนวนครั้งที่ติดต่อ ในช่วงเวลาตาม (๒) ให้ติดต่อตามจำนวนครั้งที่เหมาะสมและคณะกรรมการอาจประกาศกำหนดจำนวนครั้งด้วยก็ได้
พ.ร.บ. การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 9 (3)
ซึ่งกฎหมายได้เปิดช่องให้คณะกรรมการฯ สามารถออกข้อบังคับกำหนดจำนวนครั้งที่เหมาะสมได้ ต่อมาจึงมีกฎหมายลูกคลอดออกมาเฉพาะเจาะจง คือ “ประกาศคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ เรื่อง จำนวนครั้งในการติดต่อทวงถามหนี้” (ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี 2562)
- ข้อ 3 ของประกาศฉบับนี้กำหนดให้: ทวงถามหนี้ได้ไม่เกิน 1 ครั้งต่อ 1 วัน
- มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นมา
นิยามคำว่า “1 ครั้ง” ทางแชท LINE นับอย่างไร?
เนื่องจากตัวบทกฎหมายครอบคลุมถึง “สื่ออิเล็กทรอนิกส์” (เช่น แอปพลิเคชัน LINE หรือ SMS) คณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ (โดยกระทรวงมหาดไทย) ได้วางแนวทางและหลักเกณฑ์การตีความรวมถึงเป็นแนวปฏิบัติที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและศูนย์ดำรงธรรมใช้เป็นเกณฑ์ในการรับเรื่องร้องเรียน ได้วางแนวทางตีความคำว่า “1 ครั้ง” ไว้ดังนี้ค่ะ:
กรณีนับเป็น 1 ครั้งเมื่อ: เจ้าหนี้ส่งข้อความทวงหนี้ไปแล้ว และลูกหนี้เปิดอ่าน (ขึ้นว่า Read) หรือลูกหนี้พิมพ์ตอบกลับมารับทราบในวันนั้นๆ หรือ ลูกหนี้อ่านข้อความทวงหนี้ทางไลน์ แต่ไม่ตอบ ถือว่าได้รับทราบแล้ว
กรณีไม่นับเป็น 1 ครั้งเมื่อ: เจ้าหนี้ส่งไลน์ไป แต่ลูกหนี้ยังไม่ได้กดเปิดอ่าน (ไม่ขึ้น Read) เจ้าหนี้สามารถส่งข้อความขยายความเพิ่มเติม หรือส่งเอกสารตามไปได้ในช่องแชทตราบใดที่ลูกหนี้ยังไม่อ่าน แต่หากลูกหนี้กดอ่านข้อความแรกเมื่อไหร่ จะถือว่าการทวงถามหนี้ในวันนั้น “สำเร็จและสิ้นสุดลงทันที” เจ้าหนี้ห้ามทวงซ้ำในวันเดียวกันอีกค่ะ ขอเสริมในส่วนทางโทรศัพท์ หากลูกหนี้ยังไม่รับสาย หรือกดวางก่อนพูดคุยในสาระสำคัญในเรื่องมูลหนี้ ก็ถือว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์เช่นกันค่ะ
บทลงโทษหากฝ่าฝืน: เจ้าหนี้ที่ทวงหนี้เกินวันละ 1 ครั้ง หรือทวงนอกเวลาที่กำหนด มีความผิดตามกฎหมาย ต้องระวางโทษปรับทางปกครองสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ตามมาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ค่ะ

ประเด็นที่ 2. การแคปแชททวงหนี้ไปโพสต์ลง Facebook หรือส่งเข้าไลน์กลุ่ม ผิดกฎหมายฉบับใดบ้าง?
การแคปหน้าจอแชททวงหนี้ไปโพสต์ลง Facebook กลุ่มโซเชียลมีเดียที่มีบุคคลอื่นอยู่ด้วย หรือส่งเข้าไลน์กลุ่ม ผิดกฎหมาย แม้จะเป็นความจริงว่าลูกหนี้ติดหนี้อยู่จริง แต่กฎหมายไทยแยก “สิทธิการเป็นเจ้าหนี้” ออกจาก “สิทธิในการละเมิดส่วนบุคคล” การประจานในลักษณะนี้ทำให้เจ้าหนี้เสี่ยงผิดกฎหมายหลายบทค่ะ ลูกหนี้จำนวนมากในปัจจุบันใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายนี้ในการ “ฟ้องกลับเจ้าหนี้” เพื่อนำเงินค่าปรับและค่าเสียหายที่ได้จากการถูกประจานไปหักลบกลบหนี้ ทำให้เจ้าหนี้แทนที่จะได้เงินคืน กลับต้องเสียเงินสู้คดีอาญาและอาจต้องโทษจำคุกเสียเองค่ะ
โดยฐานความผิดและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังนี้ค่ะ:
พ.ร.บ. การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
การโพสต์เฟซบุ๊กหรือส่งเข้าไลน์กลุ่ม ถือเป็นการขยายข้อมูลให้บุคคลที่สาม (ผู้ที่ไม่ใช่สามี ภรรยา บุพการี หรือผู้สืบสันดานของลูกหนี้) ได้รับรู้ความเป็นหนี้ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทำการทวงถามหนี้ในลักษณะ “การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้”
มาตรา 11 (3)
ประมวลกฎหมายอาญา (ความผิดฐานหมิ่นประมาท)
การนำแชทที่แสดงตัวตนของลูกหนี้ไปส่งต่อให้คนอื่นเห็นจนลูกหนี้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
- กรณีส่งเข้า LINE กลุ่ม (มาตรา 326 – หมิ่นประมาททั่วไป): เป็นการใส่ความลูกหนี้ต่อบุคคลที่สาม (สมาชิกในกลุ่มไลน์) มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- กรณีโพสต์ลง Facebook (มาตรา 328 – หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา): เป็นการกระจายข่าวสารสู่สาธารณชนในวงกว้าง มีโทษหนักขึ้นคือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท (ความผิดสำเร็จทันทีแม้จะลบโพสต์ในภายหลัง)
มาตรา 326: การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๓๒๖
มาตรา 328: หากเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา (เช่น การโพสต์ลงโซเชียลมีเดียที่เปิดสาธารณะ) จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
มาตรา ๓๒๘
พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
รูปโปรไฟล์ ชื่อแชท บัญชีธนาคาร หรือข้อความที่สื่อถึงตัวบุคคล ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล
ลักษณะความผิด: นำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับความยินยอม และการกระทำนั้นทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง หรือถูกดูหมิ่น
โทษทางอาญาจำคุกสูงสุดไม่เกิน 6 เดือนถึง 1 ปี หรือปรับทางปกครองสูงสุดถึง 500,000 – 1,000,000 บาท (ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์และการนำไปใช้ประโยชน์)
พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ)
- กรณีข้อมูลเท็จ (มาตรา 14): หากเจ้าหนี้แคปแชทไปแล้วมีการเขียนแคปชันบิดเบือนความจริง เช่น กล่าวหาว่าลูกหนี้โกง/มิจฉาชีพ ทั้งที่เป็นเพียงการจ่ายล่าช้า จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
- กรณีตัดต่อภาพ (มาตรา 16): หากมีการแต่งรูปแชท ตัดต่อข้อความให้ลูกหนี้ดูแย่หรือได้รับความอับอาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท
“เป็นหนี้ก็ต้องใช้… แต่ทวงหนี้ก็ต้องทวงให้ถูกกฎหมาย”
การทวงหนี้ผ่าน LINE ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเจ้าหนี้ คือการทวงในแชทส่วนตัวอย่างสุภาพและตรงเวลา หากลูกหนี้เพิกเฉย สิ่งที่เจ้าหนี้ควรทำคือการรวบรวมหลักฐานแชทไลน์นั้น (ซึ่งกฎหมายยอมรับให้เป็นหนังสือแต่งตั้งตัวแทนและหลักฐานการกู้ยืมเงินตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์) เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นฟ้องต่อศาลตามกระบวนการยุติธรรมต่อไปค่ะ
การใช้อารมณ์โพสต์ประจาน นอกจากจะไม่ทำให้ได้เงินคืนเร็วขึ้นแล้ว อาจทำให้เจ้าหนี้ต้องเปลี่ยนสถานะไปเป็น “จำเลย” ในคดีอาญา และต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ลูกหนี้อีกด้วย
ปรึกษาทนายวันนี้
(ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหาในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทั่วไปในเชิงวิชาการเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะเจาะจงสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง หากท่านมีข้อพิพาททางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง)
อ่านแล้ว ครั้ง
